|
|
 |
|
 |
|
|
|
[ ขาย ]
พระสมเด็จวัดระฆัง พิมพ์ใหญ่ (องค์ที่ 16)
เนื่องจากสินค้ามีมูลค่าสามารถรับด้วยตนเองจุดนัดรับ ธนาคารออมสิน สาขาขุนหาญ หรือเลือกฝากส่งทางพัสดุตามสะดวก Tol.0617459715
|
|
|
| ข้อมูลย่อๆ ผู้ขาย |
| ราคา | : 3,5xx,xxx ฿ |
| เบอร์ติดต่อ | : 0617459715 |
| สถานะ | : สมาชิก ยังไม่ได้ส่งหลักฐาน |
|
| รายละเอียด และข้อมูลอื่นๆ |
ขนาดระหว่างเส้นซุ้ม
2.3×3.3 ซม. ขนาดองค์พระ 2.3×3.5
ซม.
พระสมเด็จวัดระฆังพิมพ์ใหญ่องค์นี้
หากพิจารณาตามพุทธศิลป์และวรรณะเนื้อหา จัดอยู่ในกลุ่ม พระสมเด็จวัดระฆัง
ยุคปลาย (ช่วงประมาณ พ.ศ. 2408 – 2415) ซึ่งเป็นยุคที่สร้างโดยฝีมือการแกะบล็อกแม่พิมพ์ของ หลวงวิจารณ์เจียรนัย ช่างทองหลวงในราชสำนัก
จากลักษณะทางกายภาพ พิมพ์ทรง และเนื้อหาธรรมชาติของพระสมเด็จองค์ในภาพ สามารถวิเคราะห์รายละเอียดตามหลักการพิจารณาพระเครื่องกลุ่มพระสมเด็จได้ดังนี้ครับ
1. พิมพ์ทรง (Phra Pim)
พระองค์นี้จัดเป็น พระสมเด็จ พิมพ์ใหญ่ (หรือพิมพ์พระประธาน) โดยมีจุดพุทธลักษณะที่เด่นชัดดังนี้:
·
พระพักตร์และพระเกศ: พระพักตร์ (ใบหน้า) มีลักษณะกลมรีคล้ายผลมะตูม เส้นพระเกศ (ผม) พุ่งเรียวยาวขึ้นไปชนซุ้มครอบแก้ว หรือที่มักเรียกกันว่าลักษณะเกศพาดซุ้ม/เกศทะลุซุ้ม
·
องค์พระและวงแขน: พระอังสา (ไหล่) ดูผึ่งผาย วงพระกร (วงแขน) ทอดโค้งมนในลักษณะประสานมือคล้ายรูปหัวใจหรือวงคว่ำ มีส่วนหน้าอกที่นูนเด่นและเอวคอดลงตามพุทธศิลป์แบบพิมพ์ใหญ่
·
ฐานพระ: ประทับบนฐาน 3 ชั้นอย่างมั่นคง โดยฐานชั้นบนสุดและชั้นกลางมีลักษณะเป็นฐานสิงห์ คมชัดขนานไปกับแนวหน้าตัก ส่วนฐานชั้นล่างสุดเป็นฐานหมอนหน้ากระดานทึบ
·
เส้นซุ้มครอบแก้ว: เส้นซุ้มหวายผ่าซีกมีความหนา อวบอิ่ม และทอดโค้งครอบคลุมองค์พระอย่างได้สัดส่วนสมบูรณ์
·
ลักษณะการตัดขอบข้างพอดีกับเส้นกรอบบังคับพิมพ์หรือกรอบกระจก
2. เนื้อหาและวรรณะสี (Amulet
Substance & Color)
·
เนื้อดินสอเหลือง / เนื้อแก่กล้วย: วรรณะขององค์พระออกสีขาวอมเหลืองเข้มจนถึงเหลืองฉ่ำ
(บางท่านเรียกเนื้อกล้วยสุก หรือเนื้อดินสอเหลือง)
ซึ่งเกิดจากการผสมผสานมวลสารสำคัญ อาทิ ปูนเปลือกหอยดิบและสุก, ผงพุทธคุณทั้ง 5, กล้วยน้ำว้า, และใช้น้ำมันตังอิ๊วเป็นตัวประสานเนื้อ [1, 2]
·
คราบความเก่า: ปรากฏคราบฝ้ารักและคราบตังอิ๊วสีน้ำตาลเหลืองผุดซึมจากในเนื้ออย่างเป็นธรรมชาติ
ผิวพระมีความหนึกนุ่ม ไม่แห้งกระด้าง ซึ่งแสดงถึงอายุความเก่าเกินกว่าร้อยปี
·
การขับน้ำมันตังอิ๊วหรือน้ำมันจันทน์: ในขั้นตอนการสร้างพระสมเด็จ
มักจะมีการผสมน้ำมันตังอิ๊วหรือน้ำมันเพื่อเป็นตัวประสานเนื้อปูนเปลือกหอย
เมื่อเวลาผ่านไปยาวนานหลายสิบหรือร้อยปี น้ำมันเหล่านี้จะค่อย ๆ
ถูกขับระเหยออกมาเคลือบอยู่บริเวณผิวชั้นนอก
ทำให้เกิดคราบเหนอะหรือวรรณะสีขาวอมเหลืองไปจนถึงสีน้ำตาลฉ่ำมันวาว
·
การซึมซับของเนื้อรักเก่า: พระสมเด็จบางองค์ในอดีตมีการลงรักปิดทองเอาไว้
เมื่อรักดำหรือรักน้ำเกลี้ยงกะเทาะหลุดล่อนออกไปตามกาลเวลา ยางรักจะทิ้ง
"ฝ้ารัก" หรือคราบสีเหลืองคล้ำ ที่ซึมลึกติดอยู่ในเนื้อพระ
กลายเป็นคราบสีเหลืองอมน้ำตาลฝังแน่นอยู่ตามซอกมุม
·
ส่วนผสมของมวลสารพิเศษ: ในตำราโบราณมีการระบุถึงการนำมวลสารที่มีสีเหลืองมาบดผสม
เช่น ดินสอเหลือง (ขมิ้น) กล้วยน้ำว้าสุก เนื้อขนุนสุก
หรือเกสรดอกไม้มงคลแห้งนานาชนิด
ซึ่งส่งผลให้วรรณะเนื้อพระที่ได้มีความนุ่มนวลและออกไปทางโทนสีเหลืองโดยตรง
·
ปฏิกิริยาจากการสัมผัสและเหงื่อไคล: เมื่อพระเครื่องผ่านการถูกสัมผัส
บูชา หรือเลี่ยมจับขอบห้อยคอ คราบแป้งโรยพิมพ์สีขาวที่คลุมผิวอยู่เดิมจะหลุดไป
และเมื่อเนื้อปูนทำปฏิกิริยากับความชื้นและไอเหงื่อไคลของมนุษย์
จะช่วยขับให้คราบความเก่าสีเหลืองเข้มเด่นชัดขึ้นมา
·
คราบความเก่า: บริเวณพื้นผิวปรากฏคราบแป้งโรยพิมพ์ คราบน้ำมันตังอิ๊ว
หรือคราบรักเก่าที่ลอกออก แทรกซึมอยู่ตามซอกลึกและพื้นผิว
ทำให้พระดูมีมิติและไม่เรียบตึงจนเกินไป
3. ธรรมชาติและความเก่า (Natural Aging
Character)
·
การยุบ ย่น และหดตัว: บนผิวพระมีร่องรอย การยุบตัวและรอยปริแยก ตามกาลเวลาอย่างเป็นธรรมชาติ
ซึ่งเกิดจากการเซ็ตตัวของเนื้อปูนเปลือกหอยและมวลสารผงพุทธคุณเมื่อผ่านเวลาอันยาวนาน
·
ความหนึกนุ่ม: แม้เนื้อจะดูแห้งผากจากคราบฝุ่นและแป้งที่เกาะผิวหน้า
แต่เนื้อแท้ภายในยังคงความหนึกนุ่มและซ่อนรอยแยกรอยรานขนาดเล็ก
(รอยรานแบบใยแมงมุม) ไว้ใต้ผิว
·
ขอบข้าง: มีร่องรอยการตัดขอบที่ค่อนข้างเรียบร้อย
แต่แฝงไปด้วยความปริอ้าและรอยมนตามขอบมุม
ซึ่งสะท้อนถึงกรรมวิธีการกดพิมพ์และการตัดข้างแบบโบราณ
ด้านหลังของพระสมเด็จองค์นี้ สามารถจำแนกและอธิบายรายละเอียดได้ดังนี้ครับ
1. ลักษณะพื้นผิวและความแห้งย่น (Surface Texture)
·
ความหดตัวและรอยย่นตามธรรมชาติ: พื้นผิวมีรอยยุบ ย่น และแยกตัวอันเนื่องมาจากอายุความแห้งของเนื้อปูนเปลือกหอยและมวลสาร ผิวพรรณไม่เรียบตึง มีลักษณะขรุขระเป็นคลื่นต่ำ-สูง คล้าย "ผิวมะระ" หรือ "หลังแบบสังขยา"
·
รอยแยกตามขอบ: บริเวณขอบรอบองค์พระปรากฏรอยปริแยก รอยมนจากการกะเทาะ และการหดตัวของเนื้อพระตามกาลเวลา ไม่เป็นเหลี่ยมคมสม่ำเสมอแบบของทำเทียน
2. เนื้อหาและวรรณะขององค์พระ (Material & Color)
·
เนื้อหาจัดจ้านหนึบนุ่ม: เนื้อพระส่วนในมีลักษณะเป็นสีขาวอมเหลืองหม่นหรือขาวงาช้าง มีความแกร่งแต่หนึบนุ่มในที ไม่แห้งกระด้างสีเดียว
·
คราบน้ำมันตังอิ้วและคราบความเก่า: มีคราบสีน้ำตาลเข้มอมเหลืองปกคลุมหนาแน่นอยู่ตามซอกและส่วนต่ำของผิวพระ ซึ่งเกิดจากการขับตัวของ "น้ำมันตังอิ้ว" หรือตัวประสานเนื้อพระที่ผุดจา
·
ด้านในออกสู่ด้านนอกตามกาลเวลา ทำให้เห็นเป็นวรรณะสีเหลืองฉ่ำเข้มในบางจุด
3. การปรากฏของมวลสาร (Amulet Masses)
·
จุดมาบและรอยปูไต่: มีรอยหลุดร่อนของมวลสารอินทรีย์ที่ย่อยสลายไปตามกาลเวลา ทำให้เกิดเป็น "บ่อน้ำตา" หรือรูพรุนปลายเข็มขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไป
·
เม็ดมวลสาร: ปรากฏเศษจุดหรือเม็ดมวลสารกระจายตัวจมอยู่ในเนื้อพระอย่างเป็นธรรมชาติ ทั้งจุดสีเข้ม (เม็ดผงใบลานหรือผงถ่าน) และเม็ดสีขาวขุ่น (เม็ดผงพุทธคุณ) ซึ่งไม่ได้ตั้งใจลอยอยู่บนพื้นผิวเพียงอย่างเดียว
ด้านข้างของพระสมเด็จองค์นี้ มีความโดดเด่นและบ่งบอกถึงกรรมวิธีการสร้างแบบโบราณอย่างชัดเจน โดยมีจุดสังเกตหลัก ๆ ดังนี้ครับ
·
ร่องรอยการตัดขอบ (ตอกตัด): ขอบข้างมีลักษณะของ "รอยตัดจากหน้าไปหลัง" ที่เห็นเนื้อพระเป็นรอยครูด แตกแห้ง ปริแยก และเป็นร่องหลุมบ่อตามธรรมชาติ ไม่ใช่ขอบที่เรียบตึงหรือเกิดจากเครื่องตัดสมัยใหม่
·
การหดตัวและริ้วรอยธรรมชาติ: ผิวสัมผัสด้านข้างมีความหยาบและหนึกนุ่ม มีรอยยุบตัว รูพรุนปลายเข็ม และรอยแยกระหว่างเนื้อเยื่อปูน ซึ่งเกิดจากการแห้งตัวของเนื้อผงพุทธคุณตามกาลเวลา
·
มวลสารส่องเห็นเด่นชัด: เม็ดมวลสารที่ผสมอยู่ภายในเนื้อพระถูกคมของเครื่องมือตัดผ่าน ทำให้เกิดเป็นรอยครูดหรือหลุดล่อนออกไป ทิ้งร่องรอยเป็นหลุมขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วไปตามแนวด้านข้าง
จากการพิจารณาด้วยเหตุและผลทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาข้างต้น
จึงการันตีว่า พระสมเด็จวัดระฆัง ที่แท้จริง
ไม่จำเป็นต้องเป็น "องค์ดารา"
(องค์ที่เคยลงหนังสือหรือมีชื่อเสียงโด่งดัง) หรือ "องค์ครู"
(องค์ที่ถูกยกให้เป็นแม่แบบในการดูพิมพ์ทรง) ตามกระแสเสมอไป
เพราะแก่นแท้ของพระเครื่องอยู่ที่ ความเก่าของธรรมชาติและมวลสาร เป็นสำคัญ สร้างขึ้นโดยสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต พรหมรังสี) เป็นที่รู้จักกันทุกคนโดยเฉพาะข้าราชบริพาร
บุคคลสำคัญและปุถุชน (สามัญชน) ประชาชนทั่วไปให้ทั่วถึง ด้วยมวลสารศักดิ์สิทธิ์ที่โดดเด่น
เช่น ผงวิเศษทั้ง 5 (ผงปถมัง, อิทธิเจ, มหาราช, ตรีนิสิงเห และพุทธคุณ) ปูนเปลือกหอย ข้าวสุก และเกสรดอกไม้ ตามมวลสารที่หามาได้แต่ละครั้ง ซึ่งส่วนผสมแต่ละวาระ แต่ละครก
กระบะสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน จะอ่อนหรือแก่มวลสารใดเป็นหลัก
การสร้างแต่ละครั้งมีจำนวนมาก
จึงมีแม่พิมพ์ที่แกะหลายแม่พิมพ์ทั้งขนาดและรูปทรงไม่เหมือนกันเป๊ะๆ ทำให้ทำให้เชื่อกันว่ามีพุทธคุณครอบจักรวาลในวงการพระเครื่องจึงยกย่องให้เป็น "จักรพรรดิแห่งพระเครื่อง" และครองตำแหน่งอันดับ 1 ในชุด เบญจภาคี ด้วยเหตุผลทางประวัติศาสตร์ พุทธศิลป์
และความศักดิ์สิทธิ์ที่ยากจะหาวัตถุมงคลใดมาเทียบเคียง จึงมีคุณค่าและมูลค่านิยมสูงสุดในวงการพระเครื่องในปัจจุบันและต่างประเทศ
การสร้างพระจำนวนมากมีจุดประสงค์หลักเพื่อสืบทอดอายุพระพุทธศาสนา เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ และเพื่อสร้างบุญกุศลครั้งใหญ่ตามความเชื่อบุคคลที่ศรัทธาให้ทั่วถึงคนในประเทศ
!โปรดตรวจสอบข้อมูลผู้ขายให้ละเอียด หากสะดวกแนะนำ นัดดูด้วยตนเอง เช็คประวัติ ดู(Verify Seller)(ห้ามมัดจำทุกกรณี !) |
รายละเอียดผู้ขาย |
| ความต้องการ | : ต้องการขาย |
|
| อับเดทล่าสุด | : 10 มิ.ย. 2569 |
|
| ราคา | : 3,5xx,xxx |
|
| สถานะ EMS | :[ ] ตรวจสอบ |
|
| สถานะ สมาชิก | : สมาชิก (ยังไม่ได้ส่งหลักฐาน) |
|
| เจ้าของประกาศ | : พุทธบูชา amulets |
|
หน้าร้านค้า  | : mobi.talad-pra.com/shopping.php?m=10735 |
|
| ที่อยู่ | : 29/5 หมู่ 6 ตำบลสิ อำเภอขุนหาญ |
|
| จังหวัด | : ศรีสะเกษ <--(กดดูได้ครับ) |
|
| เบอร์ติดต่อ | : 0617459715 |
|
| อีเมล์ | : pongkhunhan@gmail.com |
|
| เข้าชม | : 149 ครั้ง |
|
| ไอพี | : 171.97.141.230 |
|
|
|
|
|
 |
|
 |
|
|
|
|
| |