[ ขาย ] พระพิมพ์นางพญา เข่าโค้ง(ศิลป์สุโขทัย องค์ 1) กรุวัดนางพญา จ.พิษณุโลก

พระแท้
Sponsor

ข้อมูลย่อๆ ผู้ขาย
ราคา: โทรถาม ฿
เบอร์ติดต่อ: 092-4406845
สถานะ: สมาชิก ส่งหลักฐานแล้ว

ค้นหา

รายละเอียด และข้อมูลอื่นๆ

...พระพิมพ์นางพญา เข่าโค้ง(ศิลปะสุโขทัย) กรุวัดนางพญา จังหวัดพิษณุโลก
       จากหลักฐานทางด้านประวัติศาสตร์พบว่า  วัดนางพญาสร้างโดยกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา คือพระ วิสุทธิกษัตรีย์   เป็นพระราชธิดา   ท้าวศรีสุริโยทัย   และเป็นพระมารดาขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช    ส่วนผู้สร้างวัดราชบูรณะคือพระมหาธรรมราชา   จากเหตุการณ์บ้านเมืองในขณะนั้นอยู่ในระหว่าง     ศึกสง ครามถูกพม่ารุกราน จึงมีการสร้างพระเครื่องมอบให้เป็นขวัญและกำลังใจแก่ทหารที่ออกรบ   พระเครื่องรุ่นแรกๆจะมีรูปทรงและองค์พระไม่สวยงาม การทำแม่พิมพ์ก็ทำกันแบบรีบร้อน คือพิมพ์ได้ครั้งละ3 องค์  แล้วนำมาตัดแยกออกด้วยตอกมุงหลังคา  ไม่มีแม้แต่เวลาที่จะเคลือบหรือลงรักให้ครบหมดทุกองค์
หลังจากองค์สมเด็จพระนเรศวรทรงประกาศอิสรภาพ
เป็นกษัตริย์ครองกรุงศรีอยุธยาแล้ว  จึงหันมาพั��'นาวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วัดนางพญา และวัดราชบูรณะ  ที่พระราชบิดาและพระราชมารดาทรงสร้าง      พร้อมทั้งสร้างพระเครื่องให้เป็นขวัญและกำลังใจแก่  ทหารที่ออกรบอีกครั้ง  ที่เหลือก็นำไปบรรจุไว้ในกรุทั้งสามวัดเพราะมีเขตขัณธสีมาติดต่อกัน
พระนางพญาที่สร้างขึ้นมี  ๖  พิมพ์ด้วยกันคือ
พิมพ์เข่าโค้ง  พิมพ์เข่าตรง   พิมพ์สังฆาฏิ   พิมพ์เทวดา  พิมพ์อกนูนใหญ่  และพิมพ์อกนูนเล็ก
             ยุคแรกสร้างโดยพระวิสุทธิกษัตริย์  รูปทรงองค์พระไม่สวยงามมากนัก  แต่ก็ไม่ถึงกับดูแข็งโด่เด่เหมือนอย่างที่มีผู้พยายามทำให้ดูเหมือนว่า คนสมัยโบราณไม่มีศิลปะเสียทีเดียว ยุคที่สองสร้างโดยองค์สม เด็จพระนเรศวรมหาราช  รูปทรงองค์พระสวยงามอ่อนช้อยกว่ารุ่นแรกเล็กน้อย   พระนางพญาทั้งสองยุคมีอายุการสร้างใกล้เคียงกัน มีพุทธคุณเหมือนกัน  คือเน้นหนักในเรื่องแคล้วคลาด  อยู่ยงคงกระพัน โชคลาภ  ค้าขายดี  มีเมตตามหานิยม ร่ำรวยไว  และไม่มีวันยากจนเป็นหลัก พิธีปลุกเสกใช้วิธีอัญเชิญเทพและเทวดา  ฤาษี  พระสงฆ์ผู้ทรงศีลและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในเมืองพิษณุโลก อันได้แก่หลวงพ่อพระพุทธชินราชเป็นต้นปลุกเสกกันที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ
พระนางพญามีเอกลักษณ์โดดเด่นไม่เหมือนใครคือ  ใช้ตอกมุงหลังคาตัดด้านข้างทั้งสามด้าน    เป็นเคล็ดลับของพระเกจิอาจารย์ในสมัยนั้น  ที่ต้องการตอกและตรึงเวทมนต์คาถาให้อยู่คู่กับพระนางพญาตลอดไป  ไม่ให้ ( ขอม )  หรือใครมาแกล้งทำให้เสื่อมหรือคลายความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ลงได้
มีประสบการณ์
คลาด
4. พระธาตุสีขาวขุ่นและพระธาตุสีชมพู มีความมีประสบการณ์เล่าต่อๆกันมาว่า    ทหารขององค์สมเด็จพระนเรศวรมหาราชไปรบที่ไหน          ก็ประสบชัยชนะที่นั่น  เป็นที่หวั่นเกรงแก่พม่าในขณะนั้น  ประสบการณ์ต่อมาคือเมื่อครั้งที่ทหารไทยไปรบในสงครามอินโดจีน มีชัยชนะครั้งแล้วครั้งเล่า   และประสบการณ์ทีพ่อค้าและนักธุรกิจไม่ค่อยอยากเปิดเผยให้คู่แข่งรู้มากนักคือ  ทำให้พ่อค้าและนักธุรกิจทำมาหากินเจริญรุ่งเรืองร่ำรวยเร็ว
ต่อมามีนักสะสมพระเครื่อง   นำพระนางพญามาจัดเข้าชุดเบญจภาคี   พุทธศิลป์   ศิลปะอยุธยาประเภทเนื้อดินเผาผสมมวลสาร  พระธาตุเหล็กไหล  เหล็กน้ำพี้  โพรงเหล็กไหล  พระธาตุสีขาวขุ่น  พระธาตุสีชมพู  ผงถ่านใบลาน  เกสรดอก ไม้  108 ว่าน 108   น้ำมนต์ทิพย์   ดินมงคลตามสถานที่ต่างๆ  ทรายเงิน  ทรายทอง   และศาสตราวุธต่างๆ
ความหมายของมวลสารที่นำมาผสมในพระนางพญามีดังนี้
1. พระธาตุเหล็กไหล  มีความสำคัญด้านคงกระพัน
2. เหล็กน้ำพี้ มีความสำคัญด้านแก้เคล็ดและความแข็งแกร่ง
3. โพรงเหล็กไหล มีความสำคัญด้านคงกระพัน แคล้วสำคัญด้านสิริมงคลและแก้อาถรรพ์
5.  ผงถ่านใบลาน มีความสำคัญด้านอยู่ยงคงกระพัน
6.  เกสรดอกไม้ มีความสำคัญด้านเมตตามหานิยม
7.  ว่าน 108 มีความสำคัญทางด้านแคล้วคลาดและคงกระพัน
8.  น้ำมนต์ทิพย์ มีความสำคัญทางด้านแก้เคล็ดและแก้อาถรรพ์
9.  ดินมงคลตามที่ต่างๆ  มีความสำคัญทางด้านสิริมงคล
10. ทรายเงินทรายทอง มีความสำคัญทางด้านโชคลาภและเงินทอง
 สีขององค์พระมีดังนี้ คือ
��'. สีตับเป็ด    ��'. สีดอกพิกุลแห้ง   ๓. สีอิฐ    ๔. สีแดง   ๕. สีหัวไพลแห้ง   ๖.  สีขมิ้นชัน
๗. สีเขียวมะกอกดิบ     ๘. สีเขียวครกหิน    ๙. สีดำ    ��'๐. ดอกจำปี  ��'��'. สีเขียว
 แม่พิมพ์ที่ใช้สำหรับพิมพ์พระนางพญา
การสร้างพระเครื่องแต่ละครั้งครูบาอาจารย์จะนิยมสร้าง  84.000   องค์เสมอ   การจัดสร้างพระพิมพ์แต่ละครั้งจะมีแม่พิมพ์หลายอัน แม่พิมพ์แต่ละอันพิมพ์ได้ครั้งละ 3  องค์  คือพิมพ์ออกมาติดกันสามองค์แล้วนำ มาตัดแยกออกด้วยตอกมุงหลังคา   เนื่องจากในขณะนั้นอยู่ในระหว่างศึกสงคราม    ต้องทำกันอย่างรีบร้อนทำให้ส่วนต่างๆขององค์พระมีการผิดเพี้ยนไปบ้าง    แต่สภาพโดยรวมยังคงอยู่ในสภาพเดิมๆ   พระในแม่พิมพ์เดียวกันทั้งสามองค์นั้นก็ไม่เหมือนกัน   สภาพของดินที่นำมาสร้างพระก็มีส่วนทำให้การพิมพ์พระเครื่องนั้น   คลาดเคลื่อน   ผิดเพี้ยนไปบ้าง   เนื่องจากขณะที่พิมพ์พระลงไปในแม่ พิมพ์ใหม่ๆ  ดินยังสดและชื้น   แต่พอนำ  ไปเผาไฟก็มีการหดตัวตามธรรมชาติ   ทำให้รูปทรงต่างๆขององค์พระผิดเพี้ยนไป เช่นเบี้ยวไปบ้าง  ยาวไปบ้าง  งอไปบ้าง  แอ่นไปบ้าง  ขึ้นอยู่ที่อุณหภูมิของไฟที่เผา   เนื้อดินที่นำมาสร้างพระเครื่องแต่ละยุคแต่ละสมัยมีการเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา   ถึงแม้จะไปนำดินในที่เดียวกันกับดินที่สร้างพระเครื่อง  เมื่อหลายร้อยปีมาสร้างใหม่อีกครั้ง  เนื้อดินก็แตกต่างกันไปแล้ว     ฝีมือมนุษย์ไม่สามารถทำเทียมเลียนแบบธรรมชาติที่ผ่านกาลเวลามานานๆได้  ฉะนั้นการสังเกตพระเครื่องเนื้อดินเผาว่าใหม่หรือเก่า  ก็ดูได้จากเนื้อดินที่นำมาสร้าง     หากใครดูความแตกต่างระหว่างของเก่ากับของใหม่   ดินเผาเก่ากับดินเผาใหม่ไม่ออก  ก็อย่าไปหวังว่า  จะได้พระเครื่องแท้ของเก่าจริงๆไว้ครอบครอง  การดูรูปทรงขององค์พระและดูตำหนิอย่างหนึ่งอย่างใดตายตัวจึงไม่ใช่เหตุผลที่จะนำมาตัดสิน  ว่าเป็นพระแท้หรือไม่แท้  พระในแม่พิมพ์เดียวกันทั้งสามองค์  ก็ยังไม่เหมือนกัน  แกะออกมาจากแม่พิมพ์เดียวกัน โดยบุคคลคนเดี่ยวกัน เวลาต่างกันไม่กี่นาทีก็ไม่เหมือนกัน   การสร้างพระเครื่องจากแม่พิมพ์หลายอัน  ทำโดยบุคคลหลายคน  จะมีตำหนิเหมือนกัน  ที่เดียวกัย่อมเป็นไปไม่ได้
ปกตินักนิยมสะสมของเก่าทั่วไป   จะอนุรักษ์ล่องลอยความเก่าแก่ทางธรรมชาติ   ไว้ให้อยู่ในสภาพเดิมๆ จะไม่ทำลายหลักฐานความเก่าแก่ตามกาลเวลาที่ผ่านมาทิ้งไปโดยเด็ดขาด   ถ้าเป็นพระเครื่องก็ยิ่งจะรัก ษาสภาพความเก่าแก่ไว้เป็นหลักฐานในการสร้างไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปทำลายทิ้ง การเชื่อเหตุผลทางธรรม ชาติ  ย่อมดีกว่าเชื่อเหตุผลจากบุคคลที่มีวัยวุ��'ิและคุณวุ��'ไม่ต่างไปจากเรามากนัก  ขอให้นึกไว้เสมอว่า  คนโง่  ย่อมเป็นเหยื่อของคนฉลาด  เชื่อเหตุผลทางธรรมชาติไว้ปลอดภัยกว่ากันเยอะ
 ลักษณะพระสมเด็จนางพญามีดังนี้
ดูด้านข้างทั้งสามด้านจะต้องมีรอยตอกตัดแยกองค์พระออกจากกัน สาเหตุที่ใช้ ( ตอก ) ตัดองค์พระแยกออกจากกัน   ก็เนื่องมาจากเป็นเคล็ดลับของพระเกจิและครูบาอาจารย์ในสมัยนั้น  ท่านต้องการตอกและตรึงเวทมนต์คาถาให้อยู่คู่กับองค์พระนางพญาตลอดไป (ไม่ให้ขอม ) หรือใครมากลั่นแกล้งทำให้เสื่อมคลาย ความขลังและความศักดิ์สิทธิ์ลงได้ ด้านหลังบางองค์จะมีลายนิ้วมือของพระหรือครูบาอาจารย์ปรากฏอยู่บาง องค์อาจไม่มีลายนิ้วมือใดๆปรากฏอยู่เลยก็มี   แต่ก็มีมวลสารประเภทเหล็กไหล   เหล็กน้ำพี้   พระธาตุสีขาวขุน  ทรายเงิน   ทรายทอง   ปรากฏนูนขึ้นมาให้สัมผัสได้   และร่องลอยของเกสรดอกไม้หรือว่านที่ถูกเผาไปแล้วเหลือไว้แต่รูพรุนๆให้เห็น
        เนื้อพระนางพญาแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คือ
1.  กลุ่มเนื้อละเอียดปนเนื้อหยาบแก่ว่าน
2.  กลุ่มเนื้อหยาบคล้ายพระผุ  มองเห็นมวลสารต่างๆได้ชัดเจน  ดูแล้วไม่สวยงามสักเท่าไหร่
3.  กลุ่มเนื้อแก่แร่  เนื้อพระชนิดนี้จะปรากฏมวลสารเม็ดใหญ่ๆโผล่ขึ้นมาให้เห็นชัดเจน พระนางพญาที่สร้างขึ้นครั้งแรกจะมีรูปทรงไม่สวยงามน่าดู  สร้างครั้งที่สองจึงมีรูปทรงสวยงามกว่าครั้งแรกเล็ก น้อย  เพราะได้นำช่างหลวงมาช่วยแกะแม่พิมพ์



!โปรดตรวจสอบข้อมูลผู้ขายให้ละเอียด หากสะดวกแนะนำ นัดดูด้วยตนเอง เช็คประวัติ ดู(Verify Seller)(ห้ามมัดจำทุกกรณี !)
รายละเอียดผู้ขาย
ความต้องการ: ต้องการขาย
อับเดทล่าสุด: 30 ก.ย. 2559
ราคา: โทรถาม
สถานะ EMS:[ ] ตรวจสอบ
สถานะ สมาชิก : สมาชิก (ส่งหลักฐานแล้ว)
เจ้าของประกาศ: suwit1991 Verify
หน้าร้านค้า เยี่ยมชมร้านค้า: mobi.talad-pra.com/shopping.php?m=8340
ที่อยู่: ภาคเหนือตอนล่าง+ภาคกลางตอนบน
จังหวัด: พิษณุโลก <--(กดดูได้ครับ)
เบอร์ติดต่อ: 092-4406845
อีเมล์: suwit1991@hotmail.com
เข้าชม: 12231 ครั้ง
ไอพี: 171.100.155.179

 


Copyright 2013, All Rights Reserved. by Talad-pra.com
พระเครื่อง ,ศูนย์พระเครื่อง ,ตลาดพระ ,ขายพระ ,ตลาดพระเครื่อง ,ขายพระเครื่อง , ฝากพระเครื่อง , ประมูลพระเครื่อง , ตลาดออนไลน์ !

Online: 29 user(s)