พระสมเด้จฯ องค์ครูลำดับที่ ๑๐ นามฉายาว่า องค์ "เล่าปี่"
นามนี้ได้มาอย่างมีเหตุผลด้วยความสวยเด่นของพระสมเด็จฯ
อยู่ที่อายุความเก่าของรักทองที่ดูงดงามอร่ามตานัก
บอกให้รู้ถึงคุณค่าของแผ่นทองคำเปลวแบบโบราณ
ที่ยิ่งนานวันยิ่งมีความเรืองรองที่มิอาจมีกรรมวิธีใดทำให้เป็นเช่นนี้ได้
นอกจากความงดงามของรักทองที่พรรณามานี้แล้ว
ความสวยคมสมส่วนของพิมพ์ทรงเส้นสายที่ปรากฎให้เห็นในพระองค์นี้
โดยเฉพาะมิติลึกซึ่งนักนิยมพระเครื่องที่เคยได้เห็นองค์จริงท่านหนึ่งกล่าว
ว่า เห็นแล้วประทับใจ
ทำให้นึกถึงคำกล่าวเปรียบเทียบของนักเลงพระโบราณที่นิยมพูดว่า
"ลึกขนาดใส่น้ำได้เป็นปี้บ"
กลับมาเรื่องนามฉายาพระองค์นี้คงเป็นที่ทราบกันดีถึงชื่อเสียงของขุนศึกใน
นิยายสามก๊กนาม "เล่าปี่" ซึ่งมีชื่อในด้านคุณธรรม เป็นจอมทัพที่นิยมสวมเสื้อชุดทองเป้นเอกลักษณ์ประจำตัว คุณสมภพ ไทยธีระเสถียร
ผู้มีความรู้ในนิยามเรื่องสามก๊ก
อย่างลึกซึ่งเป็นผู้หนึ่งที่นำพระองค์นี้เข้าสู่วงการด้วยเห็นความงดงามของ
รักทองในพระองค์นี้ จึงนึกถึงนาม "เล่าปี่" ว่าคู่ควรจะนำมาเป็นนามฉายาของพระสมเด็จฯ องค์นี้ ซึ่งคนในวงการก็ยอมรับฟังดูดีมีเหตุผล ประวัติความเป็นมาของพระสมเด็จฯองค์นี้ แต่ดั้งเดิมเป็นของชาวเรืออยู่ที่จังหวัดนครสวรรค์ ได้ขายพระองค์นี้ให้กับ ต้า บางแค ผู้ชำนาญการเรื่องพระเครื่องระดับแถวหน้าของวงการยุคปัจจุบัน เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ต่อมาอั้ง เมืองชล หรือ คุณสมภพ ไทยธีระเสถียร เป็น
ผู้นำพระองค์นี้อวดโชว์โฉมในวงการได้รับความสนใจซื้อขายเปลื่ยนมือกันไป
กระทั่งสุดท้ายไปอยู่ในครอบครองของเสี่ยใหญ่เจ้าของโรงแรมดังกลางใจเมืองใน
ราคา ๑๗ ล้านบาท
และถูกเก็บเงียบไม่อนุญาตให้ใครได้ชมโฉมกันอีกจนถึงปัจจุบันนี้